Tuesday, June 07, 2011

วันที่รู้สึกอ่อนแอ I'm feeling weak today.

I Love you Dad
Tuesday June 7,2011



ตื่นมาทุกวันก็จะมีภาระกิจหน้าทีประจำต้องทำ ลูก ๆ จะรู้หน้าที่และเวลาว่าเขาจะได้รับการเปลี่ยนชุดนอน เช็ดหน้า แปรงฟัน ถึงจะปล่อยออกไปให้เล่นได้ก่อนอาหารเช้า
ถ้าแม่นอนดึกเพราะว่าเล่นเน็ตท์อยู่ ก็ยังคงต้องตื่นพร้อมลูกที่ตื่นกันแต่เช้า ลุ๊คกี้จะตื่นก่อนเพื่อนเป็นประจำแล้วก็ปลุกชาลี ให้ออกไปเรียนหนังสือกัน เช้ามาก ๆ คือ หกโมงกว่า ๆ ก็เรียนหนังสือกันแล้ว จีโอตื่นหลังลุ๊คกี้นิดหน่อยแต่สามารถจะเดาได้ว่าจีโอจะตื่นกี่โมงเพราะว่าจีโอจะนอนปกติสิบเอ็ดถึง สิบสองชั่วโมง รวดเป็นปกติ

ทุกวันนี้เหนื่อยมาก ส่วนใหญ่แล้วภาระกิจประจำวันจะสิ้นสุดในเวลาสี่ทุ่ม อันนี้คือ ทุกอย่างเก็บเรียบร้อยลูกหลับกันหมดอาจจะบางคืนเร็ว หรือช้าบ้างก็เป็นไปแต่ละวันไม่เหมือนกัน แต่วันนี้รู้สึกแย่ ๆ รู้สึกว่าต้องพยายามเงยหน้าขึ้นแล้วก็ประคองภาระกิจให้จบสิ้นเหมือนทุกวัน

ไม่ได้เปิดอีเมลย์มาประมาณ เกือบอาทิตย์ วันนี้เล่นไพ่ทาร็อท ออนไลท์เขาบอกว่าจะได้รับข่าวจากแดนไกลก็คิดอยู่ในใจว่าอาจจะเป็นข่าวเรื่องการยื่นขอวีซ่าของพ่อและน้าจิ๋ม เพราะว่ารอมานานมาก กังวลและเป็นห่วงอยู่ทุกวันในช่วงเวลาที่นึกขึ้นมาและคิดถึงพ่อและอาการแก

เปิดอีเมล์ก็เห็นอีเมล์พ่อส่งมา แต่น้าจิ๋มจะเป็นคนส่งให้บอกว่าอาการพ่อทรุดลงค่อนข้างเยอะ หลังจากที่ไปหาหมอแล้วหมอไทยได้ปรับยาใหม่ให้บางตัว ทำให้พ่อเคี้ยวข้าวไม่ค่อยได้ ร่างกายที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เองอยู่แล้วยิ่งไปกว่าเดิมคือ งอ เข้าหากัน อ่านแล้วรู้สึกปวดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก จิตใจปวดมาก ๆ หันไปมองลูกสองคนที่ไม่สบายวันนี้นอนหลับกลางวันอยู่แล้วก็อยากจะให้เขาแข็งแรง หายไว ๆ ปกติถ้าลูกหลับกลางวันสองคนปูจะถือโอกาสใช้เวลาส่วนตัวทำอะไรต่อมิอะไร ไม่ว่าจะเล่นเน็ตท์ เตรียมอาหารเย็นไว้ หรือซักผ้า พับผ้า แต่วันนี้มันรู้สึกเหนื่อย และเศร้าใจ อยากจะมีประตูโดราเอมอนแล้วก็เปิดแวะไปหาพ่อได้เดี๋ยวนั้นเวลานั้นไม่ต้องห่วงลูกเพราะว่าแวะเข้ามาหาลูกได้


คิดว่าจะโทรแต่มันก็เกือบตีสามที่ไทยคงโทรไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะโทรตอนเช้าก็คงคุยกับน้าจิ๋มไม่ได้เยอะเพราะแกต้องไปทำงาน คุยกับพ่อก็ไม่รู้เรื่องคือ พ่อพูดไม่ได้แล้วแกได้แต่ฟังเรามันทรมานจิตใจอย่างบอกไม่ถูกจริง ๆ ต้องรอวันศุกร์ถึงจะโทรได้คือเช้าวันเสาร์ของไทยจะโทรคุยกับน้าจิ๋มแล้วถามอาการพ่อ



คนเราหลังจากเกิดมาก็รักพ่อแม่ ญาติพี่น้อง แล้วก็เพื่อน แล้วก็มาแฟน แล้วจัดอันดับใหม่ถ้าแต่งงานแล้วก็จะเป็นแฟน แล้วก็พ่อแม่ แล้วก็ญาติพี่น้อง หรือบางทีเพื่อนที่ดี ๆ อาจจะมาก่อนญาติพี่น้องที่แย่ ๆ ก็เป็นไปได้ แต่หลังมีลูกแล้ว ลูกเป็นอันดับหนึ่งไม่ว่าจะเป็นแม่ที่มีลูกกี่คนก็ตามลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตแม่ แล้วในความคิดและรู้สึกของปู พ่อและแม่มาเป็นอันดับสอง แล้วก็สามี


จะทำอย่างไรให้พ่อได้รู้สึกถึงความเป็นห่วงของเราอยากให้พ่อแข็งแรง กลับมาเป็นไม่ถึงกับเหมือนเดิมแต่สามารถพูดคุยได้ก็ยังดี



ตอนเย็นถึงแม้ว่าจะรู้สึกแย่แต่ก็ยังคงต้องเล่นกับลูก ป้อนขนมลูก ป้อนข้าวลูก แต่ก็คิดถึงพ่อทุก ๆ นาทีไม่กล้าบอกแม่กลัวแกเครียดเพราะว่าแม่เครียดแล้วคนรอบ ๆ จะเครียดกันหมด บอกชาลีก็กอดเราให้เราเข้มแข็ง


ถามลุ๊คกี้ตอนป้อนขนมว่า "ลุ๊คกี้ มามี้เป็นห่วงคุณตาปัญญาจัง" ลุ๊คกี้บอกว่า "คุณตาปัญญาไม่สบายจริง ๆ " แล้วถามกลับมาว่า แล้วคุณตาจะตายมั๊ย เด็กถามตรง ๆ เราก็บอกว่าถ้าเป็นมากก็อาจจะ แต่ไม่อยากให้ไม่สบายมาก ๆ เพราะว่าไม่อยากให้คุณตาตาย ลุ๊คกี้บอกว่า เขาก็เหมือนกันเพราะคุณตาปัญญา อีส เวลี่ ไนซ์ กาย ถามต่อว่าลุ๊คกี้อยู่กับ จีโอแล้วก็แด็ดดี้ได้มั๊ย ให้มามี้ไปเยื่ยมคุณตา ลุ๊คกี้ตอบว่า " ต้องรอให้แด็ดดี้กลับบ้านก่อนนะ เดี๋ยวก็กลับแล้ว แล้วแด็ดดี้ ก็จะหยุดวันอาทิตย์ แล้วเราค่อยไปด้วยกัน สี่คน จีโอ ลุ๊คกี้ แด็ดดี้ แล้วก็ ยู " ฟังแล้วก็ขำเด็ก แต่ก็ยังคงไม่หายกังวล ลุ๊คกี้บอกต่อว่า " ถ้าม่ามี้จะไป คนเดี๋ยว ม่ามี้ต้องมี แพเร็นส์ไปด้วย" ยิ่งขำใหญ่

ยังจำได้เลยว่าตอนบินครั้งแรกในชีวิต อายุ สิบเจ็ด บอกตัวเองว่ารักใครที่สุดในชีวิตตอนนั้น คือ รักพ่อมาก ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่กับพ่อและใกล้ชิดกับพ่อมากกว่าแม่ ช่วงเวลานั้น บินมาหาแม่หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานถึง เกือบ เก้าปี ยังจำวันที่พ่อเดินส่งแล้วก็มองเราเช็คของ เดินร้องไห้คิดถึงพ่อมาก ๆ ขึ้นเครื่องก็ยังร้อง ถึงญี่ปุ่นก็ยังร้อง ขนาดเป็นสาวขนาดนั้นแล้วยังร้องไห้ไม่อายใครเลย(บ้าหรือเปล่า) แต่ ณ วันนั้นถึงวันนี้ ก็ยังคงคิดถึงพ่อ และ รักพ่อไม่เคยเสื่อมสาง

ภาวนาของให้สิ่งดี ๆ ช่วยดลบรรดาลให้พ่อได้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมด้วยเถิด ขอบคุณพระเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกองค์ด้วยค่ะ

No comments: