Friday, August 10, 2007

I love you sweetheart

หลังจากที่เดินออกมาจากวงการ(แชทรูม) ได้สองอาทิตย์ และหันหลังให้ฝักบัว(ตอนอาบน้ำ ต้องหันหลังเพราะน้ำจากฝักบัวโดนหน้าอกแล้วเจ็บมาก)มาเป็นเวลานานถึงสองอาทิตย์ (ยังไม่หายเจ็บเลยอ่ะ)ทุกอย่างก็เริ่มจะลงตัวมากขึ้น

อาการสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เหมือนกับคนที่มีอาการเจ็ทแลคอย่างรุนแรงแต่ไม่สามารถพักผ่อนได้ ต้องยุ่งและวุ่น ฟูลแฮน ตลอด 24/7 เรื่องนอนหลับมากกว่า 30 นาทีของอาทิตย์แรกไม่ต้องถามหา ไม่มีหรอกนะคะ ไหนจะเจ็บปวดร่างกายตั้งแต่ช่วงหัวไหล่ลงมาจนถึง บั้นท้ายแล้วแต่ก็ไม่สามารถทำให้ สัญชาติญาณของคำว่า "แม่" ลดหายไปเลย ยิ่งเจ็บ ยิ่งรัก ว่างั้นเถอะ

หาเวลาช่วงเข้าเวร รอบดึกให้นมเด็กชาย Luke แล้วก็เลยถือโอกาสอัพเดทความเป็นมาเป็นไปซะเลย
ขอย้อนกลับไปถึงวันพฤหัส ที่แล้ว คือ July 26 2007 ตื่นมาตอนเช้าก็อาการเป็นปกติเหมือนทุกวัน ปูเองก็ไม่เป็นว่าอาการ Contraction มันจะมาเป็นแบบ จริง ๆ จัง ๆ ซะที ในใจก็คิดอยู่ว่า ( Come on, bring it on! ) เริ่มแชท กับเพื่อน ๆ พี่ปุ้ย แล้วก็พี่ฟ้าใส ทางแชทรูม ตามเคยบ่นต่อเรื่องไม่เจ็บท้องซะที พี่ฟ้าใสบอกว่า "อืม อึดจริง ๆ" แล้วกลางวันก็ต้องขอตัวไปหาอะไรหม่ำและเตรียมตัวทำอาหารเย็นด้วย พอช่วงบ่ายก็ คุยกับพี่ปุ้ย กับหนุงหนิง เจอพี่ปุ้ย แซวว่า " ไปคลอดหรือยางงงงงงง" ตามปกติ คุยไป ก็ขอตัวไปทำใข่พะโล้เป็นอาหารเย็นสำหรับ ตอนเย็นวันนั้น เดินไปเดินมาในบ้านด้วย ร้อนก็ร้อน คุยไปได้ซัก เกือบ ๆ 5 โมง สาว ๆ ห้องแชทก็เริ่มเงียบ กัน อาจจะไปทำธุระ หรืออาจจะยุ่ง ๆ กันอยู่ แต่ปกติ ก็จะแวะมาทักกันตลอด

คุยกับพี่ปุ้ยเป็นคนสุดท้าย บอกพี่ปุ้ยว่าขอตัวไปปัสสาวะก่อน แล้วก็เห็น เลือดที่ กางเกงใน ก็รู้สึกตกใจนิดหน่อย แต่ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรมาก เพราะว่าสีมันไม่เข้ม (สีเหมือน ปจด วันสุดท้ายเลย) แล้วก็เลยแวะมาคุยกับพี่ปุ้ยต่อ ที่แชทรูม แต่พี่ปุ้ยก็เงียบไป แล้วก็ขอตัวไปอาบน้ำดีกว่า ก่อนไปอาบน้ำก็โทรเข้ามือถือชาลี บอกว่า เห็นเลือดและชาลีก็เกือบจะถึงบ้านอยู่แล้ว ช่วงนั้นจำได้ว่า ประมาณ 5:30 โมงเย็นได้ แล้วก็โทรหาหมอว่าได้เห็นเลือด แต่ยังไม่รู้สึกว่ามีอาการแปลก ๆ มาก แต่แค่ปวดแถวก้นขบ และปูก็ยังคงคุยได้อยู่ คุณหมอที่เข้าเวรที่โรงพยาบาลคืนนั้นคือ คุณหมอ โรสตัน ลอเรนส์ ซึ่งเป็นคุณหมอที่ตรวจปูหนแรก และบอกวันดิว เดท และคิดว่าเป็นคุณหมอที่ปูพบบ่อยกว่าคนอื่น ๆ เลย ประมาณ 4 หนได้ รู้สึกดีมา แกรีบโทรกลับมาไม่ถึง 5 นาที แล้วถามอาการ แล้วแกก็บอกว่า ให้เริ่มนับ และจับเวลา Contraction ได้ ถ้าห่างกัน 5 นาทีก็มาโรงพยาบาลได้เลย

พูดถึง..ตอนอาบน้ำก็ ดีใจๆ เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่า ยังงัยก็คงจะเร็ว ๆ นี้ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ ลุ๊คกี้ มาตรงตามเวลาอะไรทำนองนั้น อาบน้ำสระผม เสร็จ ชาลีก็กลับบ้านพอดี ก็แต่งตัว แล้วก็ ทานอาหารเย็นกัน ยังบอกกับชาลีอยู่เลยว่า ถ้าไม่เจ็บท้องหรืออะไร สงสัยต้องออกไป ช๊อปซื้อ ขนม ( Charlie's snack while waitting for delivery)
เพิ่มอีกเพราะว่า เมื่อสามวันก่อน ชาลีซื้อไว้แล้ว แต่ไม่คลอดซักที เลยหม่ำกันสองคน เกือบหมด ชาลีก็โอเค แต่พอปูเข้าห้องน้ำหนสุดท้ายเท่านั้นเอง อาการปวดท้องแบบ ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็เริ่มขึ้น (อาการแบบ ปวดก้นมาก แล้วความปวดก็มารอบ ๆ เอวแบบปวดประจำเดือนอย่างหนัก) รู้สึกปวด ท้องเหมือนท้องเสียในเวลาเดียวกัน ต้องขอตัวชาลีเข้าห้องน้ำ ชาลีบอก "อย่า เบ่งนะ อย่าเบ่ง" ในความรู้สึกของตัวเองยังไม่ชัวร์เท่าไหร่เหมือนกัน แต่ก็ตื่นเต้น

หลังจากเข้าห้องน้ำไป สองหน จนรู้สึกค่อยยังชั่ว ก็เดินไปนอน แอ้งแม๊ง บนเตียง บอกให้ชาลีอาบน้ำ โกนหนวด ซะให้เรียบร้อยเพื่อ ว่ามันคือ วันนี้.......แล้วช่วงเวลาห่างกันหนึ่งชั่วโมง อาการเจ็บท้องก็เริ่มรุ่นแรงขึ้น หนนี้ทำเอาปู รู้สึกต้องนอนกอดหมอนแล้วเริ่มหายใจเข้าออก เหมือนตอนที่ดู ดีวีดี Lamaze Class ช่วยได้เยอะเหมือนกัน หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกช้า ๆ ในช่วงเวลาที่ เจ็บท้อง แล้วอาการเจ็บท้องก็หายไป พอถึงตรงนี้ ก็เลยรู้สึกว่า มันคงจะชัวร์แน่นอน เลยโทรไปหาแม่ชาลี ที่นิวเจอร์ซี่ว่ารู้สึกเจ็บท้องและ ต้องการคุยเพื่อจะได้บันเทาอาการเจ็บท้องไปได้ คุยกับแกได้ซักพัก อาการเจ็บท้องก็เริ่มขึ้นอีก หันไปดูเวลา โอ้โห หางกันไม่ถึง 1 ชั่วโมงดีเลย ห่างกันแค่ 40 นาทีเอง แล้วก็คุย และ คุยแต่ในที่สุดก็ต้องวางสายเพราะว่ามันเจ็บปวดขึ้นเลื่อย ๆ (ช่วงนี้ก็ทำพลังลมปรานจากที่เรียนมาตาม ดีวีดี หายใจเข้าทางจมูก หายใจออกทางปากช้า ๆ)

ชาลีแต่งตัวเสร็จ จำได้ว่าเริ่มจะมาช่วยนวดหลังให้ปู เพราะว่าปูเริ่มรู้สึกปวดหลังอย่างรุนแรง จำได้ว่า เขาให้คุกเข่า (ทำท่าเหมือน น้องหมา) ศรีษะทารกจะได้ไม่ไปโดน และกดกระดูกสันหลังมากไป ก็ทำไป เจ็บไป แล้วอาการก็หายไปจริง ๆ ด้วย ดูเวลา โอ้ สองทุ่มกว่า ๆ คิดอยู่ในใจว่า เอาวะจะพยายามอยู่บ้านให้นานที่สุด เพราะว่ารู้สึกสบายกว่าที่จะไปเจ็บท้องที่โรงพยาบาล แล้วก็จับเวลา ต่อไป เจ้าอาการเจ็บท้องก็ไม่รอช้า มาอีกจนได้มันเร็วมา ห่างกันแค่ 15 นาทีเอง หนนี้ มาที่เดียว 3 ชุดใหญ่ ปวดจนทนเกือบไม่ได้ ชาลี เลยตัดสินใจถามปูว่าจะไปโรงพยาบาลกันได้หรือยัง ปูก็บอก ยัง ๆ ยังทนได้ แล้วก็อาการเจ็บท้องก็มาอีก ห่างกัน 9 นาที และ ในที่สุดก็ 5 นาที ต้องกัดฟันเดินไปขึ้นรถ แม่ก็บอกจะไปโรงพยาบาลเหรอ ปู ปูก็บอกอืม ก่อนที่จะเดินไม่ไหว ปูบอกแม่ว่าอยู่บ้านแหละ ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วยังงัยก็จะให้ชาลีส่งข่าวละกัน

ชาลีแพ็คกระเป๋าและ ข้าวของขึ้นรถ ปูบอกตรง ๆ ว่าเดินเกือบจะไม่ไหว เพราะท้องมันต่ำและปวดมาก ออกจากบ้านจำได้ว่า สี่ทุ่มตรง แล้วก็ไปถึงโรงพยาบาล ประมาณ สี่ทุ่มเกือบ ครึ่งได้พอถึงมีการสัมภาษณ์กันเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้ มีคนที่ไม่สบายมายืนข้าง ๆ และดูเหมือนจะแสดงความยินดีกับปู แต่ถึงช่วงนี้แล้ว คิดในใจว่า (เฮ้ย..ออกไปห่าง ๆ เฟร้ย ก่อนที่จะมีน้ำโห) เพราะว่าได้รีจิสเตอร์ ไว้เรียบร้อยแล้วทุกอย่างเลยเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เข้าห้องเบ่ง ( Labor room) ก่อน พยาบาลบอกให้ ถอดเสื้อผ้าให้หมด แต่ปูถอดไม่ไหวแล้ว ชาลี เลยช่วยแต่งชุดโรงพยาบาลให้ แล้วก็ อาเจียรจนได้ ดีนะบอกพยาบาลทัน พยาบาลถามว่า ยู ทานดินเนอร์อะไรมาเมื่อเย็นนี้ (แหมจะบอก ไข่พะโล้ หลอนจะรู้จักมั๊ย หรือว่า อยากกิน55555555) ก็บอกว่า ข้าว กับไข่ และหมูไป เข้าห้องเบ่งแล้วก็มีการสัมภาษณ์ อีกละ ไอ้เราก็ปวด ปวด ปวด พยาบาลก็ถามโน้น ถามนี้ แต่ต้องให้เครดิตเขาหน่อย เพราะว่าเขามีความอดทนมาก เพราะบางทีปูก็ไม่ตอบเหมือนกัน ขี้เกียจ เสียพลังงาน ถามอยู่ได้ แล้วคุณหมอ ก็มาตรวจช่องคลอด ว่า เปิดเท่าไหร่แล้ว ผลออกมา ทำให้รู้สึกดีมาก ๆ เลย เพราะว่า เปิดถึง 5 เซนติเมตรแล้ว แต่เซ็งอีก คุณหมอให้เปลี่ยนห้องเป็นห้อง คลอดเลย ต้องกัดฟัน ลุกจากเตียงขึ้น รถเข็น ไปห้องคลอดอีก (สงสารตัวเองจริง ๆ )

พอถึงห้องคลอด คุณพยาบาลก็ตามมาให้น้ำเกลือ และสัมภาษณ์อีกเล็กน้อย และบอกว่าห้ามดื่มอะไรทั้งนั้น แล้วก็ให้ปูอยู่ใน เลเบ่อร์ต่อไป จำได้ว่า ความเจ็บปวดมันเริ่ม เจ็บนานขึ้น คือ มันไม่เจ็บมากขึ้นแต่จะนานกว่าเดินซึ่งจาก หนละ 1-2 นาที แต่หนนี้ มาที่ นานเกือบ 10-15 นาทีได้ ในใจก็คิดว่า เอาวะ ต้องการรู้สึกถึงความเจ็บปวดสำหรับคนจะเป็นแม่คนซะหน่อย ก็ปวด ๆ โอ๊ย ๆ อยู่นานพอสมควร จนประมาณ เกือบเที่ยงคืนได้ คุณหมอก็มาตรวจอีก บอกว่า ช่องคลอด เปิดประมาณ 6 เซ็นติเมตรแล้ว ตอนนี้เริ่มนึกถึง การบล็อคกระดูกสันหลัง แล้วว่าเราจะเอาดีมั๊ย เจ็บพอหรือยัง(ปูเอ๋ย) แต่ในใบ Birth plan ได้เลือกเอาไว้ว่า จะไม่ให้เขามาบล็อคจนกว่าจะขอเอง แล้วพอซัก ตี สอง พยาบาลก็มาเช็คอีก ก็ประมาณ 6.5 เซ็นติเมตรแล้วเธอก็ถามปูว่า ต้องการ Epidoral หรือเปล่า ชาลีก็ถามปู ปูบอก โอเคเอามาเลย ไม่คิดมากแล้วเพราะว่าปวดนานมาก ซัก พักใหญ่ ๆ คุณหมอที่เป็นผู้เชี่ยวชาณ ก็มา บล็อคสันหลังปู ตอนนั้นจำได้ว่า มีการบอกให้เขารอก่อนด้วยนะ เพราะว่า กำลังปวดอยู่ แต่คุณหมอ ก็บอก "เดีย..ถ้าอยู่อยากจะหายปวดต้องลุกเดี๋ยวนี้เลย" อืม ก็ได้ฟระ แต่ปวดมากเลย แล้วแก็เริ่มเช็ด ๆ ขัด ๆ ถู ๆ หลังปู ซึ่งตอนนี้ ชาลีกะจะถ่ายรูป แต่หมอบอกว่า ถ้าไม่อยากเป็นลมกลับไปนั่งที่เก้าอี้ ของคุณจะดีกว่านะ เห็นชาลี เดินกลับมานั้งหน้าตาซีดเชียว สงสัยจะเห็นเข็มหรือเปล่าไม่รู้ แล้วก็รู้สึกเหมือนโดนฉีดยา แต่ความเจ็บปวดก็ไม่เท่ากับอาการที่กำลังเจ็บท้องอยู่ ณ เวลานั้น แล้ว ทันใดนั้นก็ รู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตที่ขา สองข้าง คือ ขามันกระตุก ๆ แล้วคุณหมอก็บอกว่า เสร็จแล้ว นอนลงได้ ช่วงเวลานั้น ได้ยินเสียง ร้องของเด็กทารกห้องข้าง ๆ ทำให้มีกำลังใจขึ้นและ ก็รู้สึกยินดีกับคนที่เพิ่งจะได้เป็นคุณแม่ใหม่ ๆ ห้องข้าง ๆ ไปด้วย (ความจริงแล้วปูมาก่อนคนแรกเลย และคืนนั้นโรงพยาบาลก็ดันยุ่งมาก เพราะว่า มีคนมาคลอดถึง 5 คน และทารกที่เกิดวันนั้นก็ 6 คนด้วยกัน)
แค่ไม่ถึง 5 นาที ปูก็รู้สึกเหมือนปูคนเดิม หายใจทั่วท้องขึ้น แล้วก็คุยได้ เลยบอกชาลีให้โทรหาแม่ให้หน่อย อยากจะบอกแม่ว่า "ปูรักแม่มากเลย" แต่ชาลีบอก เขาไม่อณุญาติให้ใช้ มือถืออ่ะ แล้วชาลีก็บอก แม่ปูรู้น่า ว่า "ปูรักแม่"

อาการเจ็บท้องจางหายไป แต่หมอเหลือไว้แต่อาการ(pressure)ที่เวลาศรีษะเด็กเริ่มต่ำลง ๆ ทำให้เรารู้สึกว่าจะต้อง เบ่งตอนไหน และช่วงไหน เท่าที่จำแนกได้ว่าทำมัยเวลาเจ็บท้องนี่มันทรมาณเหลือเกินก็คือ สามอาการที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน คือ กระดูกเชิงกรานขยายตัว เพื่อให้ช่องคลอดเปิดกว้างขึ้น (ถึงได้บ่นว่าปวดก้น ๆ งัย) อาการที่สองคือ อาการกล้ามเนื้อหน้าท้องรัดตัวพลักให้ทารก ลงต่ำลง ในเวลาเดียวกัน และอาการที่สามก็คือ อาการที่เมื่อเวลาศรีษะทารกต่ำลงและชนกับ กระดูกเชิงกรานนั่นเอง ระหว่างนั้น คุณหมอก็เข้ามาตรวจช่องคลอด สลับกับพยาบาล ไปเลื่อย ๆ


ปูก็เจ็บท้องไปอย่างนี้จะเห็นท้องฟ้าเริ่มจะสว่างขึ้น ๆ จน 6 โมงเช้า ช่องคลอด เปิดได้ 10 เซ็นเต็มที่ แล้วคุณหมอก็เริ่มแนะนำวิธีการเบ่งให้แล้วเรา คือ ชาลีและปูก็เริ่ม เบ่งกันทันที่ เมื่อ next contraction come ถึงตรงนี้ ชาลี ก็เริ่มตื่นเต้น และช่วยนับ และ จับขาปูเอาไว้ เบ่งกันไป อืม ลืมบอกว่า ช่วงที่รอ ให้ช่องคลอดเปิดเต็มที่ โรงพยาบาลก็ยุ่งมาก เพราะว่า คืนนั้น มีคนไข้เจ็บท้องและเข้ามาคลอด ถึง 6 คน ระหว่างที่รอ จำได้ว่าได้ยินเสียงเบบี้ ประมาณ สามหนได้ ดีใจกับคนที่ได้เป็นคุณแม่ห้องข้าง ๆ ไปด้วย แต่ปูก็ยังคงต้องเบ่งต่อไป จนประมาณ 8 โมงได้ เห็น คุณหมอหลาย ๆ คนเข้ามาแนะนำตัวกับปู เพราะว่าโรงพยาบาลเริ่ม ยุ่ง แต่ก็ยังเห็น คุณหมอ โรสตั่น อยู่กับปู ทุกชั่วโมง

ประมาณ 9 โมงเช้า ปูเริ่มเหนื่อยมาก เลยถามคุณหมอว่ามีอะไรที่จะเร่งให้ Contraction มาถี่ขึ้นกว่านี้หรือเปล่า เพราะรู้สึกว่า มันชักจะ ช้าลงๆเลื่อยๆ แล้วเขาก็เอาถุงยาเร่งมาฉีดเข้าถุงน้ำเกลือปู เท่านั่น แหละ 50 นาทีหลังจาก 5 โมงเช้า ลุ๊คกี้ ก็ออกมา ตอนจะออกคุณหมอบอกให้ลืมตา ๆ ดู ได้ยินเสียงร้องไห้ไวมากหลังจากที่เบ่งอยู่ ได้ยินคุณหมอบอกชาลี ไปหยิบกล้องมาถ่ายรูป แล้วก็เห็นหน้าชาลี แบบรู้สึกตื่นเต้นและ ภูมิใจมาก คือ ชาลียิ้มให้ปูแล้วก็ ถ่ายรูปลุ๊คกี้ แล้วก็กลื่นน้ำลายหลาย ๆ หน แบบพูดอะไรคงไม่ออกอ่ะตอนนั้น

"I love you already sweetheart"


Luke announcement


"Luke I'm your father..kiss kiss"
ชาลี สารภาพกับปูว่า ช่วงแปดโมงเริ่มจะอ่อนล้าเต็มที่แล้ว เหมือนกับจะเป็นลมแทนปูเพราะว่าไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน แถมไม่ได้นอนด้วย แต่พอช่วง 50 นาทีสุดท้าย ปูเบ่งบ่อยมาก แถมยังต้องนับ 1-10 อีก เลย ยิ่งจะเป็นลม แต่พอเห็น หัว ลุ๊คกี้ ออกมาได้ เกือบครึ่ง พลังมหัศจรรย์ ที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ทุกคน (ปูเชื่อ)ก็ เบิร์ส อีกครั้ง ชาลีบอก พอเห็น ลุ๊คกี้มีพลังขึ้นมาอีก ถ่ายรูปแล้วก็ดีใจมาก