Wednesday, June 22, 2011

A new place to play: CMEE

Lukie and Gio's favorite, an old-fashioned John Deere. It stands right in front of the entrance.


Some toys for little kids of Gio's age are in the infant area.


I found Children's Museum of the East End (CMEE) by searching for kids activities in the Hamptons. Surprisingly, it wasn't too far from here. After our first visit, Lukie talked about it all night with Charlie until he fell asleep. Both Lukie and Gio like this place very much. I think Gio is at just the right age, too, because he is very active.


Firefighter Luke hidden in the truck.


After trying it that one afternoon, I decided to sign us up as members for one year. Even though my kids enjoy it, I still prefer them to play outdoors. I'm also worried about germs. But CMEE is a good option for us on a boring rainy day.


Wall climbing inside the pirate ship.


Library bean bag for cozy reading.




Pretend cash register in a make-believe diner.


Ahoy Luke! Role playing is fun for kids.




Wooden construction toys.


The gym area is just like Gymboree.
Gio had so much fun riding the rollercoaster.


Art room with free supplies. Kids can do whatever they like.




So much fun for Lukie.



Gears challange kids to move them at the same time.

Gio likes to try to put his finger in the hole.



Gym area without kids because we went pretty early when they were just opening.



Luke's puppet show.



Mr. Luke looks good in a firefighter outfit. ^_^
Charlie worried about lice, so since that time I haven't let Lukie wear the hat again.


There are more things to do than are shown in these pictures. Lukie wishes he could invite his friends to come play with him. He wants his cousin Sadie to come with him. Sweet boy.


Update: Three days after I took the kids to CMEE, Gio came down with a cold. Then me, and then Lukie. Poor kids and I. It's a nice place but I don't think I'll take them as often anymore.

Tuesday, June 07, 2011

My Mini Monsters: Dad and Me

My Mini Monsters: Dad and Me

วันที่รู้สึกอ่อนแอ I'm feeling weak today.

I Love you Dad
Tuesday June 7,2011



ตื่นมาทุกวันก็จะมีภาระกิจหน้าทีประจำต้องทำ ลูก ๆ จะรู้หน้าที่และเวลาว่าเขาจะได้รับการเปลี่ยนชุดนอน เช็ดหน้า แปรงฟัน ถึงจะปล่อยออกไปให้เล่นได้ก่อนอาหารเช้า
ถ้าแม่นอนดึกเพราะว่าเล่นเน็ตท์อยู่ ก็ยังคงต้องตื่นพร้อมลูกที่ตื่นกันแต่เช้า ลุ๊คกี้จะตื่นก่อนเพื่อนเป็นประจำแล้วก็ปลุกชาลี ให้ออกไปเรียนหนังสือกัน เช้ามาก ๆ คือ หกโมงกว่า ๆ ก็เรียนหนังสือกันแล้ว จีโอตื่นหลังลุ๊คกี้นิดหน่อยแต่สามารถจะเดาได้ว่าจีโอจะตื่นกี่โมงเพราะว่าจีโอจะนอนปกติสิบเอ็ดถึง สิบสองชั่วโมง รวดเป็นปกติ

ทุกวันนี้เหนื่อยมาก ส่วนใหญ่แล้วภาระกิจประจำวันจะสิ้นสุดในเวลาสี่ทุ่ม อันนี้คือ ทุกอย่างเก็บเรียบร้อยลูกหลับกันหมดอาจจะบางคืนเร็ว หรือช้าบ้างก็เป็นไปแต่ละวันไม่เหมือนกัน แต่วันนี้รู้สึกแย่ ๆ รู้สึกว่าต้องพยายามเงยหน้าขึ้นแล้วก็ประคองภาระกิจให้จบสิ้นเหมือนทุกวัน

ไม่ได้เปิดอีเมลย์มาประมาณ เกือบอาทิตย์ วันนี้เล่นไพ่ทาร็อท ออนไลท์เขาบอกว่าจะได้รับข่าวจากแดนไกลก็คิดอยู่ในใจว่าอาจจะเป็นข่าวเรื่องการยื่นขอวีซ่าของพ่อและน้าจิ๋ม เพราะว่ารอมานานมาก กังวลและเป็นห่วงอยู่ทุกวันในช่วงเวลาที่นึกขึ้นมาและคิดถึงพ่อและอาการแก

เปิดอีเมล์ก็เห็นอีเมล์พ่อส่งมา แต่น้าจิ๋มจะเป็นคนส่งให้บอกว่าอาการพ่อทรุดลงค่อนข้างเยอะ หลังจากที่ไปหาหมอแล้วหมอไทยได้ปรับยาใหม่ให้บางตัว ทำให้พ่อเคี้ยวข้าวไม่ค่อยได้ ร่างกายที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เองอยู่แล้วยิ่งไปกว่าเดิมคือ งอ เข้าหากัน อ่านแล้วรู้สึกปวดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก จิตใจปวดมาก ๆ หันไปมองลูกสองคนที่ไม่สบายวันนี้นอนหลับกลางวันอยู่แล้วก็อยากจะให้เขาแข็งแรง หายไว ๆ ปกติถ้าลูกหลับกลางวันสองคนปูจะถือโอกาสใช้เวลาส่วนตัวทำอะไรต่อมิอะไร ไม่ว่าจะเล่นเน็ตท์ เตรียมอาหารเย็นไว้ หรือซักผ้า พับผ้า แต่วันนี้มันรู้สึกเหนื่อย และเศร้าใจ อยากจะมีประตูโดราเอมอนแล้วก็เปิดแวะไปหาพ่อได้เดี๋ยวนั้นเวลานั้นไม่ต้องห่วงลูกเพราะว่าแวะเข้ามาหาลูกได้


คิดว่าจะโทรแต่มันก็เกือบตีสามที่ไทยคงโทรไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะโทรตอนเช้าก็คงคุยกับน้าจิ๋มไม่ได้เยอะเพราะแกต้องไปทำงาน คุยกับพ่อก็ไม่รู้เรื่องคือ พ่อพูดไม่ได้แล้วแกได้แต่ฟังเรามันทรมานจิตใจอย่างบอกไม่ถูกจริง ๆ ต้องรอวันศุกร์ถึงจะโทรได้คือเช้าวันเสาร์ของไทยจะโทรคุยกับน้าจิ๋มแล้วถามอาการพ่อ



คนเราหลังจากเกิดมาก็รักพ่อแม่ ญาติพี่น้อง แล้วก็เพื่อน แล้วก็มาแฟน แล้วจัดอันดับใหม่ถ้าแต่งงานแล้วก็จะเป็นแฟน แล้วก็พ่อแม่ แล้วก็ญาติพี่น้อง หรือบางทีเพื่อนที่ดี ๆ อาจจะมาก่อนญาติพี่น้องที่แย่ ๆ ก็เป็นไปได้ แต่หลังมีลูกแล้ว ลูกเป็นอันดับหนึ่งไม่ว่าจะเป็นแม่ที่มีลูกกี่คนก็ตามลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตแม่ แล้วในความคิดและรู้สึกของปู พ่อและแม่มาเป็นอันดับสอง แล้วก็สามี


จะทำอย่างไรให้พ่อได้รู้สึกถึงความเป็นห่วงของเราอยากให้พ่อแข็งแรง กลับมาเป็นไม่ถึงกับเหมือนเดิมแต่สามารถพูดคุยได้ก็ยังดี



ตอนเย็นถึงแม้ว่าจะรู้สึกแย่แต่ก็ยังคงต้องเล่นกับลูก ป้อนขนมลูก ป้อนข้าวลูก แต่ก็คิดถึงพ่อทุก ๆ นาทีไม่กล้าบอกแม่กลัวแกเครียดเพราะว่าแม่เครียดแล้วคนรอบ ๆ จะเครียดกันหมด บอกชาลีก็กอดเราให้เราเข้มแข็ง


ถามลุ๊คกี้ตอนป้อนขนมว่า "ลุ๊คกี้ มามี้เป็นห่วงคุณตาปัญญาจัง" ลุ๊คกี้บอกว่า "คุณตาปัญญาไม่สบายจริง ๆ " แล้วถามกลับมาว่า แล้วคุณตาจะตายมั๊ย เด็กถามตรง ๆ เราก็บอกว่าถ้าเป็นมากก็อาจจะ แต่ไม่อยากให้ไม่สบายมาก ๆ เพราะว่าไม่อยากให้คุณตาตาย ลุ๊คกี้บอกว่า เขาก็เหมือนกันเพราะคุณตาปัญญา อีส เวลี่ ไนซ์ กาย ถามต่อว่าลุ๊คกี้อยู่กับ จีโอแล้วก็แด็ดดี้ได้มั๊ย ให้มามี้ไปเยื่ยมคุณตา ลุ๊คกี้ตอบว่า " ต้องรอให้แด็ดดี้กลับบ้านก่อนนะ เดี๋ยวก็กลับแล้ว แล้วแด็ดดี้ ก็จะหยุดวันอาทิตย์ แล้วเราค่อยไปด้วยกัน สี่คน จีโอ ลุ๊คกี้ แด็ดดี้ แล้วก็ ยู " ฟังแล้วก็ขำเด็ก แต่ก็ยังคงไม่หายกังวล ลุ๊คกี้บอกต่อว่า " ถ้าม่ามี้จะไป คนเดี๋ยว ม่ามี้ต้องมี แพเร็นส์ไปด้วย" ยิ่งขำใหญ่

ยังจำได้เลยว่าตอนบินครั้งแรกในชีวิต อายุ สิบเจ็ด บอกตัวเองว่ารักใครที่สุดในชีวิตตอนนั้น คือ รักพ่อมาก ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่กับพ่อและใกล้ชิดกับพ่อมากกว่าแม่ ช่วงเวลานั้น บินมาหาแม่หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานถึง เกือบ เก้าปี ยังจำวันที่พ่อเดินส่งแล้วก็มองเราเช็คของ เดินร้องไห้คิดถึงพ่อมาก ๆ ขึ้นเครื่องก็ยังร้อง ถึงญี่ปุ่นก็ยังร้อง ขนาดเป็นสาวขนาดนั้นแล้วยังร้องไห้ไม่อายใครเลย(บ้าหรือเปล่า) แต่ ณ วันนั้นถึงวันนี้ ก็ยังคงคิดถึงพ่อ และ รักพ่อไม่เคยเสื่อมสาง

ภาวนาของให้สิ่งดี ๆ ช่วยดลบรรดาลให้พ่อได้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมด้วยเถิด ขอบคุณพระเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกองค์ด้วยค่ะ

Wednesday, June 01, 2011

Summer finally here. ( beginning of summer 2011)


หลังจากที่รอ ฤดูร้อนมานานแสนนานในที่สุด อากาศอุ่น ๆ ก็แวะมาเยื่ยมเยียน นิวยอร์ค ลองไอส์แลนให้เ้ด็ก ๆ ได้ออกไปวิ้งเล่น อาบแดดรับไวตามินดีกันได้บ้าง

มีลูกสองคนไม่ต้องพูดถึงว่าวัน ๆ ทำอะไรบ้าง มันยุ่งมากซะจนบางวันผ่านไปเร็วมาก ๆ แต่ถ้าวันไหนอากาศหนาวมาก ๆ ฝนตก เด็กต้องอยู่ในบ้าน คนเป็นแม่จะรู้สึกเหนื่อยมากขึ้นเป็นสามเท่า เพราะว่าต้องคอยดูแลลูกแถมเด็ก ๆ ไม่เป็นอิสระ แล้วเด็กวัยนี้ไม่มีการอยู่นิ้ง ๆ ต้องคอยเดินไปมา แล้วก็วิ่งเล่นกันตลอด

ชอบที่อากาศอุ่น ๆ เด็ก ๆไม่ต้องมายืนรอต่อแถวใส่เสื้อผ้าหนา ๆหลาย ๆ ชั้น เวลาจะออกไปนอกบ้าน ใส่รองเท้าแล้วก็เดินออกนอกบ้านได้เลย เด็ก ๆ ได้วิ้งเล่น เดินดูต้นไม้ ดอกไม้ ใบไม้ มด แมลงต่าง ๆ เราก็ไม่ต้องมาคอยปากเปียกปากแชะเหมือนเวลาอยู่ในบ้าน แค่คอยเดินตามคอยดู หรือไม่ก็พาเขาเล่นอะไรที่สนุกกว่า เล่นของเล่นในบ้านเยอะแยะ

ลุ๊คกี้ชอบที่จะออกนอกบ้านได้ทั้งวัน อยู่ได้ทั้งวันจริง ๆ นอกบ้าน คือ เข้ามาดื่มน้ำ ทานอาหารว่าง ทานกลางวัน ที่เหลือคือออกไปเล่นอยู่นอกบ้านได้ตลอดจริง ๆ ชอบมาก ๆ แต่ไอ้เราก็ต้องเข้ามาทำอาหารบ้าง เสื้อผ้าก็ต้องซัก บ้านก็ต้องทำความสะอาด มันก็ไม่เป็นไปตามฝันลูกบ้างบางวัน

จีโอนี่ชอบเหมือนพี่ชาย แต่จะไม่วิ่งผล่านไปมา จะออกแนว สังเกตุ ค้นหา ตรวจสอบมากกว่า ถ้าเจอมดดำเดินก็จะนั่งดู ใช้นิ้วแหย่รู ไป ๆ มา ๆ ก็ขุดดินเป็นหลุม ๆ หลาย ๆ ที่เลยเหมือนกัน

วันหยุด ชาลีอยู่บ้านก็จะพาเด็ก ๆ ไปเดินเล่นที่ทาว์น แล้วก็ิ่ได้วิ่งเล่นเจอเด็ก วัยเดียวกันบ้าง ไม่ใช่ว่าวันธรรมดาปูไม่เคยพาไป แต่จะพาไปพาร์คที่ไม่ค่อยมีเด็กเพราะว่าลุ๊คกี้เวลาเจอเพื่อนแล้วจะไม่ค่อยอยุ่ในสายตาซักเท่าไหร่ ก็จะพาไปพาร์คที่เด็ก น้อยหน่อย แต่ลุ๊คกี้ก็เชื่อฟังไม่เคยงอแงเวลาที่บอกว่าถึงเวลาที่จะต้องกลับบ้านแล้วนะ เขาก็จะเดินจากเพื่อน ๆ (ชั่วคราว)มาโดยดีไม่บ่น อันนี้ถือว่าทำให้แม่ภูมิใจว่าไม่ดื้อและมีเหตุผลพอสมควร

วันหยุดที่ผ่านมาก็พาลูกสองคนไปทะเลแถวบ้าน จีโอชอบมากกกก ลุ๊คกี้ไม่ต้องพูดถึงรายนี้ชอบมาแต่ไหนแต่ไร เลยทำให้ผิวแทนเร็ว มาก ๆ เล่นทราย เล่นน้ำได้เป็นชั่วโมง

กิจกรรมแถวบ้านก็เริ่มมีให้เด็กมากขึ้น เช่น เทนนิสสำหรับเด็ก วัย สี่ขวบ ลุ๊คกี้คงเล่นได้แต่ถามดูแล้วว่าอยากเล่นหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่อยากเล่น อยากอยู่บ้านเล่นที่บ้านมากกว่า

เพิ่งเริ่มฤดูร้อนแค่หนึ่งอาทิตย์ยังไม่รู้ว่าจะได้ทำอะไรบ้าง ไว้มีอะไรใหม่ ๆ นอกเหนือ่ยจากนี้แล้วจะแวะมาบันทึกไว้อีกทีนะคะ