Wednesday, April 11, 2007

Think about the morning sickness

ในที่สุดก็ เหมือนผู้หญิงท้อง

ก็ประมาณ 5 เดือนครึ่งแล้วตั้งแต่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองตั้งท้อง ช่วงตอนสอง สาม เดือนแรกเนี่ย ไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองท้องซักเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่า ท้องยังไม่ป่องให้เห็นชัดขนาดนี้ แล้วอีกอย่าง ก็มีความรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนป่วยที่ป่วยไม่สบายเอาซะมาก ๆ มากกว่า

ตอนที่รู้ว่าท้อง คุณหมอก็บอกว่า เราท้องได้ประมาณ 6 อาทิตย์แล้ว ประมาณ เดือนครึ่งได้ รู้เร็วเพราะว่าเป็นคนประจำเดือนมาปกติ และตรง เป็ะ ๆ ตลอด แค่หายไปวันเดียวก็ตรวจเจอเลย ถามว่าตกใจหรือเปล่า ไม่นะ ไม่ตกใจเลย เพราะว่าเตรียมตัวไว้ว่าอยากจะมีเจ้าตัวเล็กซักคน (สัญชาติญาณนะ ปูคิดว่า) แต่ก็รู้สึก งง อยู่บ้างว่าเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ในวินาทีที่รู้ว่ากำลังจะเป็นแม่คน ก็หัวเราะ ทั้งน้ำตา (หัวเราะเพราะว่าดีใจที่ร่างกายสมบูรณ์ดี มี ลูกได้ ร้องไห้น้ำตาไหล คิดอยู่ในหัว ว่า แล้วเราจะเป็นยังงัยต่อไปวะเนี่ยเพราะช่วงนั้นกะจะย้ายบ้านและ ย้ายที่ทำงานหลาย ๆ อย่าง)

หลังจากที่รู้ผลและได้ ไปทำงานแค่ สองอาทิตย์เท่านั้นเอง อาการแพ้ท้อง(โหด สยอง เหี้ยม)ก็เริ่มมาเคาะประตูถามหา ช่วงแรก ๆ เพื่อน ๆที่ทำงานก็คอยถามว่ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ก็บอกไปว่า รู้สึกดีมากๆ เฟรชมากๆ ( I AM FEEL GREAT!!!!) เออ นั่นแหละ แค่นั้นเองพูดได้แค่ อาทิตย์ครึ่งเท่านั้นแหละคะ แล้วก็ไม่ได้เฟรชอีกเลย ประมาณ เกือบสองเดือน

แพ้ท้องเนี่ย ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเอามากขนาดที่ว่า ต้องหยุดงาน แล้วก็ต้องบานปลายเป็นการขอลาออกเลยจะดีกว่า จำได้ว่าวันที่ทำงานวันสุดท้ายก่อนที่อาการจะกำเริบ ก็คือ รู้สึก เหนื่อยมาก เหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก อยากนอน อยากจะนั่ง หายใจไม่ทั่วท้อง เหนื่อยตาอยากหลับตา ตอนกลับบ้านก็บอกผู้จัดการที่ร้านว่า เหนื่อยจริง ๆ วันรุ่งขึ้นดีนะ ที่เป็นวันหยุด อาการแพ้ท้องก็เริ่มสตาร์ทและสไต๊รค์เลย คือ ตื่นขึ้นมา ก็รู้สึกเหมือนหัวหนักไปหมด ปวดหัวมาก ๆ คิดว่าเราคงจะเหนื่อยจากการทำงานเมื่อวานนี้ แต่ก็ไม่หายไปซะทีนะเจ้าอาการปวดหัวเนี่ย ยิ่งเป็นมากขึ้น ประมาณ เที่ยง ๆ คราวนี้เริ่มเวียนหัว ก็ไปหาอาหารกลางวันหม่ำซะ เท่านั่นแหละ คะอาเจียนออกมาซะ ที่น่ารำคาญมาก ๆ ก็คือยิ่งอาเจียร ยิ่งปวดหัว ปวดเหมือนหัวจะระเบิด ต้องโทรไปหาหมอ ว่าสามารถทานยา อะไรได้บ้างหรือเปล่า เพราะว่ารู้ว่าท้องอยู่แต่ก็ไม่อยากจะซุ่มสี่ ซุ่มห้าไป

ต้องไปซื้อยา หมอบอกว่า ใช้ เทลลินอลได้เท่านั่น ให้ตายเถอะ ที่บ้านไม่มีเทลลินอลเลย อ่ะ ๆ ออกไปซื้อ เอาแม่เราไปด้วย เพื่อฉุกเฉิน ขับรถไปได้ครึ่งทางเท่านั้นแหละ ต้องเปลี่ยนคนขับ ขนาดร้านยาไม่ไกลจากบ้านเลยซักนิด แต่ถนนมัน โค้งไปโค้งมา ทำให้เวียนหัวจริง ๆ แม่เลยต้องเป็น โซเฟ่อร์ไป แสงแดดส่อง เงาจากแสงแดด เข้าตาทำให้เวียนหัวมาก ๆ คิดว่าโหอะไรมันจะขนาดนี้ แค่ซักอึดใจก็ไปถึงร้านยา แม่ก็ลงไปซื้อยาให้ เราก็รอ แต่ความรู้สึกของคนไม่สบายแค่ 5 หรือ 10 นาทีก็เหมือน 1 ชั่วโมงจริง ๆ ทนไม่ไหวต้องเปิดประตูรถไปอาเจียรอีก ซัก สอง สามที (เห็นใจคนจอดรถข้าง ๆ จริง ๆ ลงมาไม่ดูตามาตาเรื่อ ลื่นหัวแตกแน่) แต่ทำงัยได้เดินไม่ไหวนี่นา
กลับบ้านก็ทานยา กะว่าจะนอน แต่เจ้าอาการแพ้ท้องนี่ยิ่งเป็นหนัก ปกติคนเขาจะเป็นกันแต่เช้า แล้วค่อย ๆ หายตอนกลางวันหรือสบายไปตลอดวัน แต่ของปูนี่ ไม่ค่อยเหมือนใคร เริ่มจากตื่นขึ้นมากก็สบายดีนิด ๆพอถึงกลางวัน แล้ว ก็เป็นหนักเอาตอนบ่าย ๆ คิดถึงแล้วยังรู้สึก เสียว ๆ(แบบขนลุกอ่ะนะคะอย่าคิดมาก) อยู่เลย แม่ก็บอกว่าหาอะไรใส่ท้องซะหน่อยซิลูกจะได้ไม่คลื่นใส้ ก็ไปดื่มน้ำ กับขนมปังหนึ่งแผ่น ก็พอใช้ได้เหมือนกัน กลับมานอนไปปวดหัวไป แล้วก็ต้องลุกมาอาเจียร ขนมปังออกมาอีก เคยมั๊ยที่อาเจียรแบบน้ำออกตา ออกจมูกอ่ะคับ อาการเป็นแบบนี้ อยู่เป็นเดือนกว่าๆจะค่อย ๆลดลงและปรับตัวได้ว่าเราต้องเปลี่ยนปริมาณอาหาร และมื้ออาหาร ไปด้วย

ขนาดนั่งรถไปซื้อกับข้าว อาการแพ้ท้องก็กำเริบได้เลย นั่งไม่ถึง 10 นาที อาเจียรได้อาเจียรดี ตกลง อยู่บ้านดีกว่า ตั้งแต่วันสุดท้ายของการทำงาน ก็ ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย ต้องหยุดงานเป็น สี่อาทิตย์ แล้วก็ตัดสินใจลาออก มาตั้งหน้าตั้งตาท้องดีกว่า เวลาคนเราไม่สบายเนี่ย อะไร ๆ ก็ไม่สนแล้วอยากจะรู้สึกเหมือนคนปกติ ที่เขาสามารถเดินเหิน ขับรถ เอ็นจอยอาหารที่กลิ่นหอมหวล แต่อาการแพ้ท้องของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก แต่ของปูนี่ เป็นแบบว่า น้ำอย่างเดียว อย่างอื่นไม่รับ ก็อย่างที่คิดไว้ น้ำหนักลงเร็วมาก 7 ปอร์น ภายใน สามอาทิตย์เพราะว่าตอนไปหาหมอหนแรกชั่งน้ำหนักได้ 112 ปอร์น แล้วอีกสามอาทิตย์ต่อมาก็ไปใหม่ เหลือ 105 ปอร์น

จะให้อธิบายละเอียด ๆเลยมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า วัน ๆ ก็อยากนอน แล้วก็ตื่นมาอาเจียร แล้วก็ต้องหาอะไรกิน ให้มันย่อยแล้วก็อาเจียรออกมา ไปไหนก็ไม่ได้ นั่งรถก็อาเจียน อาบน้ำก็เหนื่อยเหม็นสบู่ เหม็นกลิ่นทุกอย่าง โดยเฉพาะ กระเทียม หอม น้ำมันทอดอาหาร น้ำมันมะกอกทำอาหาร โลชั่น แม้กระทั้งสามีตัวเอง ก็ยังเหม็น จมูกดีมาก ที่รู้ว่าวัน ๆ สามีไปไหนมาบ้าง วันนี้เติมน้ำมันที่ปั๊มมาหรือเปล่า ไปแม็คโดนัลหรือเปล่า กลิ่นติดตัวขนาดนั้นเลย เพราะปกติก็รู้อ่ะนะว่าสามีจะต้องแวะเติมน้ำมันอาทิตย์ละหน แต่ไม่เคยใส่ใจว่าวันไหน แต่นี้รู้ไปหมด

ไม่แค่กลิ่น เสียงก็เป็นอะไรที่น่ารำคาญมาก ไม่อยากได้ยินเสียงโทรศัพท์ เสียงเครื่องคอมพิวเตอร์รันอยู่ เสียงชักโครก เสียงชาวเวอร์ เสียงน้ำจากก็อกน้ำ (เป็นไงละ เวอร์ดีมะ) แต่ก็ทนไม่ได้จริง ๆ ต้องเอาหมอนปิดหู แถมบางทีเอาสำลีอุดหูสองข้างเลย ก็เลยได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเอง และบางทีก็ได้ยินเสียงหัวใจเจ้าตัวเล็กด้วยบางที

3 months pregnant.

อาการแปลก ๆ ที่นอกเหนือจาก เสียงและกลิ่น ก็คือ ชอบอมอาหารมากกว่ากลืนอาหาร เหมือนเด็ก ๆ เลย อมข้าว นั่งอมอยู่นั่นแหละ ไม่กล้ากลืน กลัวอาเจียร ไม่แต่งตัว ไม่ล้างหน้า แปรงฟันได้ แต่ต้องแบบเร็ว ๆ นะช้า ๆ ก็อาเจียรอีก ผมไม่หวี แหมอยู่แบบชุดนอนมันทั้งวันเลย โลชั่นก็ไม่ทา โทรมมาก ๆ เลยคะ
นิสัยก็เปลี่ยนไปด้วยนะ ไม่ค่อยอยากคุยกับใครเลย เหนื่อย อยากนอนอย่างเดียวจากที่เคยชอบแชทก็ไม่ค่อยแชทเลยช่วงแพ้ท้อง (หายไปอาเจียรมาคะ สาว ๆ) ก็อย่างงี้แหละ ช่วงเดือนครึ่งมหาโหดของคนแพ้ท้อง ถามว่าเข็ดหรือเปล่า ก็ เข็ดนะถ้าจะมีลูกอีกซักคนแล้วต้องแพ้แบบนี้ก็ไม่มีดีกว่า มันโหดจริง ๆ ต้องมีคนรับประกันว่าท้องหนหน้าไม่แพ้แน่นอน 101เปอร์เซ็นจะท้องให้เพราะช่วงนี้เริ่มจะสบายขึ้นแล้ว มีแรงมากขึ้น(แหมก็เปรียบเทียบกับ สามเดือนแรกมหาโหด) แต่ก็ยังเหนื่อยอยู่เหมือนกัน บางทีก็เหนื่อยมาก หลังจากทานอาหารกลางวัน หลังอาหารเย็น ต้องนอนกลางวันบ้างบางที

4 months pregnant.


5 months pregnant.

ช่วงนี้ก็ 5 เดือนครึ่งแล้ว รู้สึกเจ้าหนูเดินแรงขึ้น และชัดเจนขึ้น ตื่นพร้อมกันคะ แปดโมงเช้าเขาก็ หมุน ๆ ตุ๊บ ๆ อยู่ในท้องเนี่ยแหละ ก็ตื่นพร้อมกันทุกวัน หม่ำอาหารเช้า แล้วก็ ตุ๊บ ไป ตุ๊บมากอยู่ในพุงนะแหละ แล้วก็เงียบไป จนบ่ายโมง ก็ตุ๊บอีก เป็นอย่างงี้ทุกวัน (เออยังคิดอยู่เลยว่าดีนะ ลูกเรามีระเบียบดี) แต่มีอยู่วันที่เขาเงียบไปแบบว่าเราไม่ค่อยรู้สึกว่าเขาตุ๊บ ๆ เลย อันนี้แหละเริ่มทำให้รู้สึกถึงความเป็นแม่คนขึ้นมาบ้าง ธรรมชาตินี่ก็สร้างสรรค์จริง ๆ นะ คือเราเริ่มคิดว่าเขาโอเคหรือเปล่า ทำมัยวันนี้หนูเงียบ ๆ ไป นี่เราทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า หรือ ทานอะไรผิดไปหรือเปล่า แต่วันนั้นเป็นวันแรกที่ ได้ไปออกกำลังกายด้วยอ่ะคะ สงสัยจะขี้อายนะ เจ้าหนู ก็กังวลอยู่จนวันต่อมา เขาก็ หมุน ๆ และตุ๊บ ๆ เหมือนเดิม ก็สบายใจเพราะนึกว่าจะต้องไปหาหมอซะแล้ว

10 comments:

UmaTheDevil said...

เผลอแป๊บเดียวห้าเดือนครึ่งแล้วเหรอ ท่าทางเจ้าหนูจะแข็งแรงดี แต่เล่นเอาซะคุณแม่เปื่อยไปเป็นเดือนเลยเนาะ ไม่นึกว่าจะแพ้ได้ขนาดนี้นะเนี่ย

รักษาสุขภาพนะจ๊ะน้องปู

Anonymous said...

อ่านแล้วก็ดีใจกับปูด้วยที่ผ่านช่วงทรมานมาได้ซะทีเน้อ ดูในรูปขอชมว่าปูดูแลตัวเองดีมาก ท้องเนียน สวยเชียว ฮิ้ว ฮิ้ว ^^

Anonymous said...

ตามมาอ่านบล็อกค่ะคุณปูเห็นว่ามีความเคลื่อนไหว อิอิอ่านแล้วรู้สึกรักคุณแม่ขึ้นมาทันที คุณปูอึดจริงๆเลย รักษาสุขภาพนะคะว่าที่คุณแม่ เห็นด้วยว่าท้องเนียนกว่าหน้ามดอีก 555

Aom said...

คุณแม่ผิวเนียนจริงๆ ไม่นึกนะว่าปูแพ้ท้องมากขนาดนั้น แต่ตอนนี้ก็สบายดีแล้วใช่ม้า

รอดูรูปหลานนะ

Pan and the boys said...

โห พี่ปุ้ยแอบมาตรวจก่อนจะแปะประกาศซะอีก (ปลื่มมั๊ก มากค่ะ)

ขอบคุณสาว ๆ ที่ชมว่าท้องเนียนมากนะคะ ไม่รู้ว่าจะเนียนไปได้ตลอด 9 เดือนหรือเปล่านี่ซิ(สาธุ) แต่ถ้าลายก็จะถ่ายรูปมาให้ดูถึงความใหญ่ของพุงทุกเดือนจนกว่าจะคลอดเลยสัญญา...คิคิคิ

คุณมดอุตส่าห์แวะมาคอมเมนท์แหม เล่นเอาปูอ่านแล้วขำกลิ่งอีกและ

ปล.คุณอ้อมคิดถึงมาก ไม่แวะมาชิทแชทกันเลยนะ ต้องมีหวด ต้องมีหวด(หรือว่าเบื่อ สาว ๆ ไร้สาระซะแล้วคุณอ้อม)

ShOp-A-hOLiC said...

อ่านแล้วก็เสียวตัวเองจะเป็นแบบปูมากเลย อ่านแล้วอย่างร้องไห้ ทรมานแทนเลยปู เราเป็นแค่ตอนนี้ยังเบื่อจะแย่เลย คนเคยแข็งแรงอ่ะเนอะ พอมาเหมือนคนป่วยกระเสาะกระแสะก็เซ็งตัวเอง แต่ขออย่าให้เป็นแบบปูเล้ย
จะเป็นแม่คนนี่จะทำอะไรหรือทานอะไร "ซุ่มสี่ซุ่มห้า" ไม่ได้เลยเนอะ ฮา ๆๆๆ ต้องระวังเป็นพิเศษ
แอบเห็นด้วยกับเพื่อน ๆ ว่าปูผิวดี ท้องเนียนสวยเชียว แล้วยังไงจะรอดูตอนซัก ใกล้ ๆ คลอดนะว่าจะใหญ่กว่านี้อีกแค่ไหน

UmaTheDevil said...

น้องปู แวะมาตรวจอีกรอบ เพิ่งจะได้เห็นรูปพุงเนียนๆ
เคยได้ยินเค้าว่าท้องกลมๆจะได้ลูกสาว ท้องแหลมๆจะได้ลูกชาย ท้องปูเห็นแล้วลูกชายเด๊ะๆจริงๆด้วย

Gat-chan said...

เดี๋ยวลูกออกมาแล้วจะอยากมีอีกปู ลืมความเข็ดไปเลย อิอิ

Anonymous said...

ปู อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกปูเลยอ่ะ น่าสงสารจริงๆ เลย พี่ว่าพี่เป็นเยอะแล้วนะ พออ่านของปูแล้วพี่ งี้นิดเดียวเองอ่ะ แต่ตอนนี้ก็ผ่านช่วงนั้นมาแล้วเนอะ พอวันที่ปู ได้เห็นหน้าเจ่าตัวเล็ก ปู จะลืมหมดทุกอย่างแหละ เชื่อพี่ได้เลย

ทัองสวยเชียวนะ รักษาสุขภาพนะจ๊ะ น้อง

JC together said...

K.Poo...I read your pregnant story...and I alway have a big smile...even I know you taking about morning sickness...I like to read thats amazing..